fbpx

‘วาฟเฟิลฮ่องกง’ ที่ไม่ต้องไปไกลถึง ‘ฮ่องกง’

          เคยสงสัยไหมว่าคะ ทำไมถึงเอาชื่อประเทศมาตั้งเป็นชื่อขนม เช่น ลอดช่องสิงคโปร์ ต้นกำเนิดคือ ประเทศสิงคโปร์หรือเปล่า ทำไมถึงตั้งชื่อแบบนี้ แล้วขนมโตเกียวหละ เราสามารถไปหาทานได้ที่ประเทศญี่ปุ่นหรือเปล่านะ วันนี้เรามีขนมอีกประเภทหนึ่งมาเล่าให้ฟัง มาดูกันว่าชื่อและต้นกำเนิดของขนมนี้จะตรงกันหรือต่างกันอย่างไรค่ะ

          ขนมที่ว่านั้นก็คือ ‘วาฟเฟิลฮ่องกง’ นั่นเอง หลายคนคงเคยเห็นหน้าตาเจ้าขนมชนิดนี้กันมาบ้างแล้ว จุดเด่นของขนมวาฟเฟิลฮ่องกง จะมีลักษณะคล้ายขนมแพนเค้กสีเหลืองทอง เป็นลูกกลม ๆ เรียงเชื่อมติดกัน เป็นแผ่นหกเหลี่ยม โดยในแต่ละลูกจะมีช่องว่างของอากาศ ทำให้เนื้อสัมผัสด้านนอกจะกรอบ ด้านในจะนุ่มหนึบ นิยมทานเป็นอาหารเช้า หรือของทานเล่น ทานคู่ได้ทั้งไส้คาว–หวาน ไอศกรีม หรือวิปปิ้งครีม

มารุวาฟเฟิล

          ต้นกำเนิดของวาฟเฟิลฮ่องกง ขนมวาฟเฟิลฮ่องกง มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ‘Eggies’ หรือ ‘Eggettes’ หรือ ‘Gai Daan Zai’ สำหรับชาวฮ่องกงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า วัยเด็กทุกคนต้องคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มีการบอกเล่าต่อ ๆ กันมาว่า ช่วงในปี 1950s มีร้านขายของชำร้านหนึ่ง ทุกครั้งที่มีการสั่งซื้อไข่ไก่เข้ามาทางเรือ มักจะเกิดความเสียหายคือ ไข่แตกเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถนำไปขายต่อได้ ทางเจ้าของร้านจึงคิดค้นวิธีในการทำอาหารจากวัตถุดิบที่เสียหายนี้แทน โดยเขาได้นำไข่ไก่ผสมกับน้ำตาลทราย นม เนย และแป้ง จากนั้นเทส่วนผสมลงในแม่พิมพ์เหล็กที่มีลักษณะคล้ายรังผึ้ง 2 ด้าน สมัยนั้นยังไม่มีเตาแก๊ส จะเป็นการให้ความร้อนโดยการพลิกแม่พิมพ์เหล็กไปมาบนเตาถ่าน เพื่อให้เกิดความร้อนเท่ากันทั้ง 2 ด้าน จนแป้งมีสีเหลืองทอง และกลิ่นหอม ได้ออกมาเป็นวาฟเฟิลไข่ฮ่องกงเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

          ความเหมือนและความแตกต่างของวาฟเฟิลฮ่องกงในประเทศไทยกับวาฟเฟิลฮ่องกงจากต้นกำเนิด เรื่องของความเหมือน คือ ลักษณะและรูปร่างของขนม ยังคงเป็นรูปแบบเดิม เป็นแผ่นหกเหลี่ยม สีเหลืองทอง เนื้อสัมผัสด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่มหนึบ และเมื่อเราฉีกดูข้างในจะพบว่า แป้งจะไม่เต็ม มีช่องว่างของอากาศ ยิ่งเสริมให้ขนมมีความกรอบมากยิ่งขึ้น ซึ่งการเกิดขึ้นช่องว่างนี้ จะเกิดในไม่กี่วินาทีแรกของขั้นตอนการทำขนม ต้องมีความเชี่ยวชาญและชำนาญ โดยขนมชนิดนี้จะทานอร่อยที่สุด เมื่อตอนออกจากเตาใหม่ ๆ และด้วยความที่เป็นขนมที่ต้องทำสดใหม่ในทุก ๆ ชิ้น จึงทำให้คนนิยมที่จะมาต่อคิวรอกันยาว จึงกลายเป็นจุดดึงดูดลูกค้าที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง

          ในเรื่องของความต่าง ความนิยมของขนมวาฟเฟิลฮ่องกงนั้นแพร่หลายผ่านมาหลายศตวรรษ มีการปรับเปลี่ยนทั้งในเรื่องของสูตรและรสชาติเพื่อให้ถูกปากของคนในแต่ละประเทศ ปัจจุบันมีการแต่งเติมรสชาติของแป้งให้มีความหลากหลายเพิ่มขึ้น นอกจากวานิลา ยังมีช็อกโกแลต ชาโคล ชาเขียว และอื่นๆ ความต่างอีกอย่างหนึ่ง คือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการอบขนม เตาถ่านที่เป็นแบบดั้งเดิมกลายเป็นของหายากในปัจจุบัน เนื่องจากเทคโนโลยีและวิวัฒนาการของโลก ทำให้เกิดเตาวาฟเฟิลฮ่องกงยุคใหม่ ที่ใช้แก๊สและไฟฟ้าแทน ทำให้มีความสะดวก ประหยัดเวลา และควบคุมคุณภาพได้ดียิ่งขึ้น

          วันนี้จะพามาเรียนรู้วิธีการทำขนม ‘วาฟเฟิลฮ่องกง’ ที่ไม่ต้องไปไกลถึง ‘ฮ่องกง’ กัน ก่อนอื่นเลยเราต้องเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่เราจะใช้ในการทำขนมวาฟเฟิลฮ่องกง มีดังนี้

วัตถุดิบ

1. แป้งวาฟเฟิลฮ่องกงสำเร็จรูป 1 ถุง (1,000 กรัม)

2. ไข่ไก่ 5 ฟอง

3. น้ำเปล่า 480 มิลลิลิตร

4. น้ำมันพืช 45 กรัม (3 ช้อนโต๊ะ)

5. กลิ่นตามชอบ

อุปกรณ์

1. โถผสมแป้ง 1 ใบ

2. ตะกร้อมือ 1 อัน

3. ถ้วยตวง 1 ใบ

4. โหลสำหรับใส่แป้งที่ผสมแล้ว 1 ใบ

5. เครื่องทำวาฟเฟิลฮ่องกง 1 เครื่อง

6. ถ้วยตวง 1 ใบ

7. ไม้ปลายแหลมยาว 2 อัน

          พอเห็นรายการข้างต้นแล้ว หลายคนอาจคิดว่ายากขนาดซื้อทานเถอะ แต่ในความจริงแล้ว ไม่ได้ยากอย่างที่คิด งั้นเราไปเริ่มกันเลย

ขั้นตอนการทำขนม

1. เริ่มจากตอกไข่ 5 ฟองลงในโถผสมแป้ง ตามด้วยน้ำเปล่า 450 มิลลิลิตร คนให้พอเข้ากัน

2. จากนั้นเทแป้งวาฟเฟิลฮ่องกงสำเร็จรูปลงในโถผสมแป้ง ผสมให้เข้ากัน

3. เติมน้ำมันพืช 45 กรัม ขั้นตอนนี้สามารถแต่งกลิ่นได้ตามใจชอบ ตีแป้งให้ส่วนผสมเข้ากันดี (เพื่อการประหยัดแรงและเวลาในการผสมแป้ง สามารถใช้เครื่องผสมอาหารแทนได้)

4. เก็บรักษาแป้งที่ผสมเรียบร้อยแล้วในภาชนะที่ปิดมิดชิด แนะนำให้พักแป้งไว้ 1 คืน ก่อนนำมาใช้ทำขนม

5. วอร์มเตาทําวาฟเฟิลฮ่องกง ตั้งอุณหภูมิที่ 180 องศาเซลเซียส เมื่อเตาพร้อมแล้ว ให้ตวงแป้งที่พักไว้แล้ว 1 คืน ประมาณ 160 มิลลิลิตร ใส่ไส้ตามต้องการ

6. เทแป้งลงบนเตา เกลี่ยให้ทั่วเต็มหน้าเตาทุกหลุม จากนั้นปิดฝาเตาลง แล้วพลิกกลับด้าน ตั้งเวลา 3 นาที ระหว่างอบจะได้กลิ่นหอมของขนม

7. พอครบเวลา พลิกเตากลับด้าน เปิดฝาเตา ขนมพร้อมเสิร์ฟ นำไปจัดลงจานได้หลายรูปแบบ

          เป็นยังไงกันบ้างคะ ต้นกำเนิดและวิธีการทำของขนมวาฟเฟิลที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร หากเราชอบกินขนมอะไรแล้ว การที่รู้ประวัติของขนมนั้น ๆ จะทำให้เราอินกับขนมมากยิ่งขึ้น ทั้งกินอร่อยและก็ได้ความรู้อีกด้วย อ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายๆ คนต้องเริ่มหิว ท้องร้องกันบ้างแล้ว ลองหามาทำกันดูนะคะ ส่วนเราขออนุญาตไปหาขนมวาฟเฟิลฮ่องกงมารองท้องก่อนค่ะ

รีวิวเครื่องทำวาฟเฟิลฮ่องกง พร้อมสูตรแป้งพรีมิกซ์สำเร็จรูป

Leave a Reply

Your email address will not be published.